Onitsuka Tiger เปิดโกลบอลแฟลกชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ชินจูกุ

Onitsuka Tiger ได้เปิดโกลบอลแฟลกชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ชินจูกุ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม
การออกแบบของร้านแห่งนี้ยึดแนวคิด “Vertical Narrative” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการผสานกันของวัสดุ สีสัน และวัฒนธรรมการออกแบบของญี่ปุ่นและอิตาลี โดยในแต่ละชั้นจะนำเสนอวัสดุและดีไซน์ที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเรื่องราวของแบรนด์
ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารไปจนถึงพื้นที่อันประณีตและสงบนิ่งบนชั้นบนสุด แต่ละชั้นล้วนสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของ Onitsuka Tiger ผ่านการหลอมรวมงานฝีมืออันประณีตของญี่ปุ่น การคารวะต่องานออกแบบแบบอิตาลี และพลังของเมืองร่วมสมัยเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งสืบทอดมรดกของแบรนด์และยกระดับสู่อนาคตผ่านประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว
ภายนอกอาคารโดดเด่นด้วยฟาซาดคอนกรีตสีเหลืองไทเกอร์อันกล้าหาญ ซึ่งได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดของ “โมโนลิธที่ตั้งตระหง่านอยู่ในมหานครร่วมสมัย” การผสานพื้นผิวเรียบเข้ากับเท็กซ์เจอร์ลายเส้นช่วยถ่ายทอดความจริงใจต่อวัสดุ จังหวะ และความแม่นยำ พร้อมสะท้อนการคารวะต่องานคราฟต์แบบญี่ปุ่นและความมีชีวิตชีวาของกรุงโตเกียวในฐานะมหานครสมัยใหม่ ฟาซาดสีเหลืองอันน่าประทับใจนี้ยังเปล่งประกายในฐานะแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชินจูกุ และเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ภายในร้าน
ร้านแห่งนี้ประกอบด้วย 4 ชั้น บนพื้นที่รวม 1,837 ตารางเมตร พร้อมนำเสนอทุกไลน์ของแบรนด์อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ “Heritage (Onitsuka Tiger)” ที่ตีความอาร์ไคฟ์ของแบรนด์ใหม่ในมุมมองร่วมสมัย “Contemporary (ONITSUKA TIGER)” ที่นำเสนอคอลเลกชันซึ่งเปิดตัวในงาน Milan Fashion Week ไปจนถึง “Formality (THE ONITSUKA)” หมวดรองเท้าทางการของแบรนด์

ชั้น 1 ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยพื้นที่อันน่าประทับใจที่ขับเน้นพลังของวัสดุและสีสัน การผสานพื้นไม้สีดำเข้ากับหินอ่อน Giallo Siena โทนอุ่น ถ่ายทอดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของ Onitsuka Tiger ในรูปแบบที่เปี่ยมด้วยความเคลื่อนไหวและความประณีต เส้นสายที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังและการนำเสนอวัสดุที่ชวนสัมผัสสะท้อนสุนทรียภาพของงานออกแบบแบบญี่ปุ่น ขณะที่ความตัดกันของสีดำและสีเหลืองสร้างบรรยากาศที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา

ชั้น 2 นำเสนอโลกทัศน์ที่มีความเคลื่อนไหวและกราฟิกมากยิ่งขึ้น โดยใช้แบล็กเทอร์ราซโซที่มีเอกลักษณ์จากเนื้อสัมผัสของเม็ดหิน พร้อมเติมแต้มสีเหลืองเป็นองค์ประกอบเด่น แสงสว่างช่วยสร้างจังหวะและมิติให้กับพื้นที่ สื่อถึงการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ นอกจากนี้ ในโซนของซีรีส์ “NIPPON MADE” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของงานสร้างสรรค์ของ Onitsuka Tiger และได้รับความนิยมทั่วโลก ยังมีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบอิตาลีในยุค 1970 เพื่อขับเน้นความอบอุ่น เอกลักษณ์ และงานฝีมือที่สืบทอดข้ามกาลเวลา ซึ่งช่วยเสริมให้สัมผัสร่วมสมัยของแบรนด์โดดเด่นยิ่งขึ้น

ชั้น 3 เป็นพื้นที่ที่เปี่ยมด้วยความสงบและความประณีต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามอันเงียบงันของการตกแต่งภายในแบบญี่ปุ่น การเลือกใช้หินอ่อน Rosso Lepanto ทองเหลืองซาติน และเหล็กเคลือบผิวซาติน ช่วยสร้างความตัดกันของวัสดุอย่างมีระดับ รูปทรงเรขาคณิตที่ประสานเข้ากับการจัดแสดงในบรรยากาศคล้ายแกลเลอรี ก่อให้เกิดพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับคอลเลกชันอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์อย่างผ่อนคลาย

บนชั้น M2F ได้จัดพื้นที่อามิวส์เมนต์เป็นครั้งแรก เพื่อมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ภายในร้าน
Onitsuka Tiger วางตำแหน่งร้านค้าให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถสัมผัสคุณค่าและเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ ร้านแห่งนี้สะท้อนทั้งมรดกและนวัตกรรมของแบรนด์ และในฐานะโกลบอลแฟลกชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งรวบรวมทุกหมวดหมู่ของแบรนด์ไว้ครบถ้วน ก็พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก
Onitsuka Tiger ชินจูกุ
ที่อยู่: 3-26-11 ชินจูกุ เขตชินจูกุ โตเกียว 1-3F
เวลาทำการ: 11:00 – 20:00

Albania
Algeria
American Samoa
Andorra
Angola
Anguilla
Antigua and Barbuda
Argentina
Armenia
Aruba
Australia
Austria
Azerbaijan
Bahamas
Bahrain
Bangladesh
Barbados
Belgium
Belize
Benin
Bermuda
Bhutan
Bolivia
Bonaire, Saint Eustatius and Saba
Bosnia and Herzegovina
Botswana
Brazil
British Virgin Islands
Brunei Darussalam
Burkina Faso
Cambodia
Cameroon
Canada (except Quebec)
Cape Verde
Cayman Islands
Chad
Chile
China
Colombia
Comoros
Congo
Cook Islands
Costa Rica
Cote D'Ivoire (Ivory Coast)
Curacao
Denmark
Djibouti
Dominica
Dominican Republic
East Timor
Egypt
El Salvador
Equatorial Guinea
Ethiopia
Falkland Islands
Fiji
Finland
France
Gabon
Gambia
Georgia
Germany
Ghana
Grenada
Guam
Guatemala
Guinea
Guinea-Bissau
Guyana
Honduras
Hong Kong
India
Indonesia
Ireland (Republic of)
Israel
Italy
Japan
Jordan
Kazakhstan
Kenya
Kiribati
Korea (South)
Kuwait
Kyrgyzstan
Laos
Lebanon
Lesotho
Liberia
Madagascar
Malawi
Malaysia
Maldives
Marshall Islands
Mauritania
Mauritius
Mexico
Micronesia
Moldova
Monaco
Mongolia
Montenegro
Morocco
Mozambique
Namibia
Nauru
Nepal
Netherlands
Netherlands Antilles
New Zealand
Nicaragua
Nigeria
Niue
Northern Mariana Islands
Oman
Pakistan
Palau
Panama
Papua New Guinea
Paraguay
Peru
Philippines
Poland
Portugal
Puerto Rico
Qatar
Rwanda
Saint Kitts and Nevis
Saint Lucia
Saint Vincent & the Grenadines
Samoa
Sao Tome and Principe
Saudi Arabia
Senegal
Seychelles
Sierra Leone
Singapore
Sint Maarten
Solomon Islands
South Africa
Spain
St. Helena
Suriname
Swaziland
Sweden
Switzerland
Taiwan
Tanzania
Thailand
Togo
Tonga
Trinidad and Tobago
Tunisia
Turkmenistan
Turks and Caicos Islands
Tuvalu
Uganda
United Arab Emirates
United Kingdom
United States
Uzbekistan
Vanuatu
Vatican City State (Holy See)
Vietnam
Virgin Islands (U.S.)
Zambia